ข่าวกีฬา แสงนั้นสำคัญไฉน ? : ความสำคัญของไฟในสนามแข่งขันที่หลายคนอาจมองข้าม

ข่าวกีฬา แสงนั้นสำคัญไฉน ? : ความสำคัญของไฟในสนามแข่งขันที่หลายคนอาจมองข้าม

ข่าวกีฬา แสงนั้นสำคัญไฉน ? : ความสำคัญของไฟในสนามแข่งขันที่หลายคนอาจมองข้าม

ข่าวกีฬา

“มันจ้าซะเหลือเกิน! แหม่ แสงไฟมันแทงเข้าไปในตา! ขืนส่องนาน ๆ ตาจะบอด แต่ถ้าผมไม่พลาดนี่น่าจะเป็นหลอดซีนอน อื้อหืม มันกินเข้าไปในดวงตา”

ถึงประโยคดังกล่าวจะเป็นคำพูดของ “ค่อม ชวนชื่น” หรือชื่อจริง อาคม ปรีดากุล ตลกชื่อดังผู้ล่วงลับของเมืองไทย จากภาพยนตร์เรื่อง “น้ำ ผีนองสยองขวัญ” แต่นักกีฬาก็คงพูดแบบเดียวกันหากไม่ได้รับการดูแลสายตาอย่างถูกต้องในสนามการแข่งขัน

เคยสังเกตกันไหมว่า ไม่ว่าจะเป็นสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ สเตเดียมการแข่งขันระดับกลาง หรือแม้กระทั่งห้องขนาดเล็กในร่มตามยิมออกกำลังกายต่าง ๆ ทุกที่จะมีการจัดไฟให้เหมาะสมอยู่ตลอด และแสงไฟในแต่ละพื้นที่ก็จะมีความแตกต่างกันออกไป บางที่เป็นไฟคูลไวท์สีขาว บางที่เป็นไฟวอร์มไวท์สีส้ม หรือบางที่ก็เป็นไฟสีสุดแสบเหมือนอยู่ในคลับเลยทีเดียว

แสงแบบไหนในสนามกีฬาคือแสงที่ดี ? นอกจากเรื่องการใช้งานแล้ว แสงไฟมีผลต่อการออกกำลังกายหรือไม่ ?

14

Main Stand ขออาสาเล่าให้ฟัง แต่ขอแนะนำว่าไม่ต้องเพิ่มแสงสว่างจากหน้าจอมากจนเกินไป เดี๋ยวจะแสบตาเสียก่อน

ไฟท่วมสนาม

เรื่องที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปหรือไม่เคยสังเกตมาก่อน คือความสำคัญของการจัดไฟในสนามกีฬาในแต่ละที่ ไม่ว่าจะเป็นที่กลางแจ้งหรือที่ร่ม ประโยชน์อันดับหนึ่งของไฟในสนามกีฬาคือ มีไว้เพื่อให้ผู้ชมได้มองเห็นชัดและให้นักกีฬาสามารถแข่งขันในช่วงเย็นถึงตอนกลางคืนได้

แปลกแต่จริง ที่แม้กระทั่งเรื่องของการจัดไฟในสนามกีฬาก็มีประวัติศาสตร์ในตัวเอง ประเภทของไฟที่นิยมใช้ในสนามกีฬากลางแจ้งเหล่านี้ เรียกว่า “ฟลัดไลท์” (Floodlight) หรือถ้าแปลเป็นไทยแบบตรง ๆ จะได้ความหมายงง ๆ ว่า “ไฟน้ำท่วม”

สาเหตุที่ไฟชนิดดังกล่าวถูกเรียกว่า ฟลัดไลท์ เพราะคำว่า Flood ในภาษาอังกฤษ สามารถแปลความหมายออกมาได้ว่า “ท่วม” คำว่า ฟลัดไลท์ จึงหมายถึงการสาดแสงเข้าไปให้ท่วมในบริเวณรอบ ๆ ให้เกิดความสว่างนั่นเอง กีฬาชนิดแรกที่เริ่มมีการใช้ฟลัดไลท์ในสนามคือ กีฬาโปโล ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ในปี 1878 เริ่มต้นขึ้นที่ย่านฟูแล่ม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในการแข่งขันระหว่างสโมสรเรเนลัก โปโล กับสโมสรเฮอร์ลิงแฮม เพื่อให้ผู้ชมสามารถรับชมการแข่งขันยามเย็นได้ดีขึ้น

นอกจากสนามกีฬาโปโล ทางฝั่งสนามฟุตบอลก็นำไฟประเภทดังกล่าวมาติดในสนามเช่นกัน มีการนำฟลัดไลท์ไปติดที่สนามกีฬา บรามอล เลน รังเหย้าของทีม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในปีเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความยากลำบากต่อการรับชมการแข่งขัน เพราะในฤดูหนาวจะมืดเร็วเป็นพิเศษ

ขอบคุณข่าว : www.sanook.com

สนใจสมัคร ติดต่อ : ks-katsura.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *